<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

2 

3 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

@ ยาใจ @
@ พลังใจ @
@ ด้วยใจ @
@จากใจ @
@ แรงบันดาลใจ @
@ ป่วย..ใจ @
@...อุ่นใจ..@
@ เพลินใจ @
@ ตกใจ @
@ เปรมใจ@
@ แปลกใจ @
@ ปวด..ใจ@
@ ตั้งใจ@
@ เอาใจ @
@ ใส่ใจ @
@ เปิดใจ @
@เอมใจ@
@เปลี่ยนใจ@
@ ติดใจ @
@ ปลอบใจ @
@สมัครใจ@
@ ปันใจ @
@ พักใจ @
@ เศร้าใจ @
@ ปลื้มใจ @
@ กังวลใจ @
@ เสียใจ...ใจเสีย@
@Innovation and the Brain@
@โรงเรียนระยองปัญญานุกุล@
@ผ่านไปอีกปี@
@ ทริปวันที่ 2 @
@ ทริปเสม็ดวันแรก @
@ ไข่ .... @
@ ขาว- ดำ @
@ วันชุดไทย @
@ เลิกเถอะนะ @
@ วันเด็ก ..@
@ สวัสดีปีใหม่จ้า @
@ งานวันคริสต์มาสที่ รร.พี่สิน @












@ ปลอบใจ @

 ปลอบใจ

ช่วงนี้ห่างหายไดไปเพราะ ม่านตาอักเสบ

 

เป็นมา 2 อาทิตย์กว่าแล้ว กังวัลกลัวว่าจะไม่หาย

 

หาหมอที่ระยอง แล้วไม่ดีขึ้น ตามัวกว่าเดิม

 

เจาะเลือดหาสาเหตุก้อไม่พบว่าติดเชื้อจากอะไร

 

ที่กังวลมากคือ กลัวตาบอด เลยแกล้งถามเจี๊ยบว่า

 

ถ้าตาบอดแล้วจะเลี้ยงป่าวเนี่ย ... ถามได้ มีหรือจะทิ้งกัน 5555

 

เลยตัดสินใจล่าสุดเข้ากรุงเทพไปโรงพยาบาล จักษุรัตนิน

 

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ควงน้องสตางค์เข้ากรุงเทพ

 

พี่สินอยู่กับพ่อเจี๊ยบ และย่าบล พ่อเจี๊ยบ

 

ติดรถเพื่อนแม่เข้ากรุงเทพ เพราะจะไปเช้งเม้ง

 

เช้าวันเสาร์หลังจากน้องสตางค์จับสลากเสร็จ

 

เลยพาไปปลอบใจ ที่กรุงเทพ  แวะเดอะมอล์พาไปเล่น

 

ที่แมคฯ ต่อด้วยทานฟูจิ กับอี้พร

 

วันอาทิตย์ไปมีนัดกับคุณหมอที่ รพ. หอบหิ้วน้องสตางค์ไปด้วย

คุณหมอให้หยุดยาที่เคยใช้เพราะทำให้ตามัวมากขึ้น

 

ให้ยาแก้อักเสบและยาป้ายตา อาทิตย์หน้านัดให้มาดูอีก

 

กลางวันทานข้าวกับน้าเด่นเพื่อนแม่ซึ่งมาจากภูเก็ตร้าน Coffee bean

 

น้าเด่นชมสตางค์ว่าน่ารัก แต่ทาทางจะแสบไม่ใช่เล่น

 

555 ขนาดน้าเด่นยังดูออกเลย นะ

 

มากรุงเทพคราวนี้ทั้งอาม่า และอี้ๆ ชม น้องสตางค์ว่าน่ารัก

 

ไม่อั้นฉี่ เรียกให้อาบน้ำไม่มีอิดออด ทานข้าวเอง

 

คงเป็นเพราะมาคนเดียวไม่มีใครชวนทะเลาะ

 

ส่วนพี่สินโทรหาน้องสตางค์ว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้านคิดถึง

 

น้องสตางค์ไม่ลืมซื้อเค้กรสส้มไปฝากพี่สินด้วย

 

ปล.ช่วงนี้คงห่างหายไดไปซักพักนะคะ ..คิดถึงทุกคนคะ

 

 ปลอบใจ

 

ม่านตาอักเสบ

ม่านตาอักเสบเกิดขึ้นได้หลายแบบ ที่พบบ่อยที่สุดคือม่านตาส่วนหน้าอักเสบ หรือที่เรียกว่า anterior uveitis พบได้มากถึงร้อยละ 75 ของทั้งหมด ส่วนการอักเสบของม่านตาส่วนกลางและส่วนหลัง พบได้น้อยกว่า บางรายอาจเกิดการอักเสบของม่านตาทุกส่วน ซึ่งในกรณีที่การอักเสบเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน อาการมักจะเป็นอยู่ไม่นาน แต่ในรายที่เกิดเป็นโรคเรื้อรัง อาการมักจะกลับเป็นซ้ำ เป็นๆ หายๆ ถือว่าเป็นภาวะที่เป็นอันตรายที่ต้องได้รับการรักษาให้ถูกต้องเหมาะสมและทันท่วงที

ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่ามีผู้ป่วยโรคม่านตาอักเสบปีละ 350,000 คน และเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาบอดมากถึงร้อยละ 10 ของทั้งหมด จากการศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่าแนวโน้มของโรคนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างน้อยสามเท่า

สาเหตุ

ม่านตาเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของลูกตา ทำหน้าที่ควบคุมให้แสงผ่านเข้าสู่ตามากน้อยแล้วแต่สภาวะ ซึ่งเรียกว่ารูม่านตา เช่นถ้าในภาวะที่มีแสงแดดจัดๆ รูม่านตาจะเล็กลงและในที่มืดๆรูม่านตาจะขยายกว้างขึ้น เราจะสังเกตุเห็นม่านตาเป็นสีน้ำตาลและมีรูตรงกลางเป็นสีดำๆ

กระบวนการของการอักเสบอาจจะเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ เนื้อร้ายหรือมะเร็ง การที่ได้รับสารพิษ และโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ในบางรายโรคนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่ทราบสาเหตุ

1.        ม่านตาอักเสบที่เกิดจากโรคออโตอิมมูน เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคกระดูกหลังแข็ง มักเกิดขึ้นกับตาข้างเดียว พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยและมีประวัติโรคออโตอิมมูนในครอบครัวที่ชัดเจน

2.        โรคออโตอิมมูนชนิดที่พบว่าอาจเป็นสาเหตุของม่านตาอักเสบ ได้แก่ สาร์คอยโดซิส โรคสะเก็ดเงิน โรคลำไส้อักเสบไอบีดี

3.        เกิดจากโรคติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือโรคติดเชื้อรา ในประเทศไทยพบผู้ป่วยวัณโรคที่มีอาการม่านตาอักเสบได้ประปราย

 

 ปลอบใจ

อาการ

การเกิดโรคกับม่านตาเช่นเกิดการอักเสบ จะทำให้เกิดอาการปวดตา เนื่องจากเกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อม่านตา ผู้ป่วยมีอาการตาแดงและสู้แสงแดดไม่ค่อยได้ บางรายอาจมีอาการปวดหัวร่วมด้วย อาจสังเกตเห็น
รูม่านตาของผู้ป่วยมีขนาดเล็กลง อย่างไรก็ตามในกรณีที่ม่านตาส่วนหลังอักเสบ ผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการปวดตา

การวินิจฉัย

สามารถให้การวินิจฉัยได้จากลักษณะประวัติอาการ การตรวจทางจักษุวิทยา และต้องแยกก่อนว่าภาวะที่เกิดอยู่นั้นมิได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ หรือเนื้อร้ายซึ่งจะต้องรักษาไปตามสาเหตุนั้นๆ เช่น โรคซิฟิลิส เริม งูสวัด เป็นต้น อย่างไรก็ตามโรคม่านตาอักเสบแตกต่างจากเยื่อบุตาอักเสบ โดยที่โรคเยื่อบุตาอักเสบจะไม่มีผลกระทบต่อสายตา ไม่ตรวจไม่พบความผิดปกติของโครงสร้างด้านในลูกตา

หากไม่ได้รับการรักษา ม่านตาที่อักเสบจะเริ่มยึดติดกับส่วนหน้าของเลนส์ตา ทำให้ของเหลวในตาไม่สามารถไหลเวียนผ่านทางรูม่านตาได้ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างถาวร ความดันในลูกตาเพิ่มสูงขึ้นเกิดเป็นต้อหิน
และโรคนี้ยังทำให้เกิดต้อกระจกจนตาบอดได้

การรักษา

การรักษาม่านตาอักเสบโดยทั่วไปจะใช้ยาหยอดตาจำพวกสเตอรอยด์และยาขยายม่านตา เพื่อลดการอักเสบของตาลง ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อม่านตาทำให้ปวดตาน้อยลง ตาแดงน้อยลงและป้องกันการยึดติดระหว่างม่านตาและแก้วตา ซึ่งมีผลทำให้เกิดต้อหินหรือต้อกระจกตามมาได้

ยาจำพวกสเตอรอยด์มีทั้งที่เป็นยาหยอดตา ยาฉีดและยากิน โดยทั่วไปจะเริ่มโดยการใช้ยาหยอดตาร่วมกับยาขยายม่านตา ซึ่งควรจะเริ่มเร็วที่สุดตั้งแต่เริ่มพบอาการ ระยะแรกการหยอดตาอาจต้องหยอดบ่อยมากเช่นทุกหนึ่งชั่วโมง เพื่อให้ได้ผลเร็วและช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำ หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดยาลงจนสามารถหยุดยาได้ ยาหยอดตาจำพวกสเตอรอยด์จะลดปฏิกิริยาการอักเสบได้อย่างรวดเร็ว แต่ต้องระวังในกรณีที่สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส

ในกรณีที่ยาหยอดตาไม่สามารถควบคุมการอักเสบอย่างได้ผลก็จะใช้ยาฉีดแทน โดยฉีดเข้าบริเวณข้างๆ ลูกตาในกระบอกตา และสามารถฉีดซ้ำเป็นระยะๆ ได้ทุก 2-6 สัปดาห์แล้วแต่ชนิดของยาฉีดและการควบคุมการอักเสบที่ลูกตาว่าได้ผลเพียงใด

ส่วนยารับประทานนั้นมักจะใช้ในกรณีที่การหยอดตาและการฉีดไม่ได้ผล หลังจากการควบคุมการอักเสบได้แล้วจึงค่อยๆ ลดปริมาณยาลงอย่างช้าๆ ไม่ควรหยุดยาทันทีทันใด เพราะอาจทำให้โรคกำเริบขึ้นได้อีก

นอกจากยากลุ่มสเตอรอยด์แล้ว อาจใช้ยากลุ่มที่กดระบบภูมิคุ้มกันในการรักษาโรคก็ได้ ในกรณีที่ยาพวกสเตอรอยด์ไม่ได้ผล แต่อาจมีผลข้างเคียงต่อระบบเลือด ตับ ไต และระบบน้ำเหลืองได้จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

 

 ปลอบใจ

 

Posted on Tue 22 Apr 2008 8:25

Comment
ท่าทางพี่นกจะหายไปนานพอกันส้มแน่ๆเลย

เป็นม่านตาอักเสบหรือค่ะ ขอให้หายเร็วๆนะ
ยังไงก็พักสายตาเยอะๆนะ ไว้หายดีก่อน ค่อยกลับมาเขียนไดเนอะ

ปล. ตอนไปสัตหีบกลัวพี่นกมาไม่ได้น่ะ เลยไม่ได้ชวน
ไว้ส้มไปเที่ยวระยองบ้างดีกว่าเนอะ คิดถึงนะคะ

tontarn.diaryclub.com   
Thu 17 Apr 2008 17:07 [12]

มาสวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ สุขสันต์วันสงกรานต์ และ วันครอบครัว เล่นน้ำสนุก เดินทางท่องเที่ยวปลอดภัยนะค่ะ

focus_c.diaryclub.com   
Fri 11 Apr 2008 16:11 [11]

เปลี่ยนยา แล้วก็เปลี่ยน แล้วอาการดขึ้นยังคะ

หายไวไวน๊า ...
littlepalmy.diaryclub.com   
Thu 10 Apr 2008 23:17 [10]

555 ทริปสัตหีบน่ะ คิดแล้วว่าจะชวน ตอนแรกจะชวนไประยองอยู่แล้ว เปลี่ยนมาสัตหีบ กลัวน้องนกไม่ว่างอ่ะ อิอิ

เอ่อ สงกรานต์นี้พี่ไประยองละ หาดแม่รำพึง ไปกับครอบครัวใหญ่ เด่วถ้าอุ๊ตามไปจะโทรไปชวนนะจ๊ะ ไม่รู้ว่างไหมเนี่ย
chanita.diaryclub.com   
Thu 10 Apr 2008 11:04 [9]

ได้หาหมอแล้ว ไม่นานอาการน่าจะดีขึ้นแม่นก
พักผ่อนมากๆ จะได้หายเร็วๆ

น้องสตางค์น่ารักเชียว ซื้อเค้กรสส้มไปฝากพี่สินด้วย

ปล.ถ้าคลอดตามกำหนด 15 พ.ค.ก็เป็น รพ.กรุงเทพคริสเตียน
แต่ถ้าเกิดปวดท้องก่อนกำหนด คงเป็น รพ.จุฬาจ้า
เก๋มนช่อshor.diaryclub.com   
Thu 10 Apr 2008 10:15 [8]

^^ หายไปนาน ไม่สบายนี่เองนะคะ..

ไปหาหมอที่รัตตนินมา น่าจะดีขึ้นน๊า คุณหมอที่นั่นเก่งนะคะ..

ขอให้หายไวๆๆ พักผ่อนให้มากๆๆนะคะ
คิดถึงน้องๆเสมอเลย..พี่ออมสิน น้องสตางค์..อิอิ
oattoto.diaryclub.com   
Fri 4 Apr 2008 2:44 [7]

ขอให้หายไวไวนะคะ น้องตังค์โตแล้วเนอะ ควงกันมาสองคนสบายเลย
focus_c.diaryclub.com   
Thu 3 Apr 2008 16:38 [6]

ช่วงนี้เลยได้เข้ากรุงเทพฯบ่อยเลยสิ แม่นก ขอให้หายเร็วๆนะจ๊ะ

พี่น้องคู่นี้น่ารักจริง มีบ่นคิดถึงกันด้วย

น้องสตางค์เก่งแล้ว ไม่งอแง อย่างนี้ควงเที่ยวได้สบายใจ..
tannoi.diaryclub.com   
Wed 2 Apr 2008 13:49 [5]

ขอให้ไม่เป็นอะไรมากนะคะ...หายไวๆ นะคะ

พี่สินท่าทางจะคิดถึงน้องมากเลยนะเนี่ย



tomdome.diaryclub.com   
Wed 2 Apr 2008 10:53 [4]

ขอให้หายไว ๆ น่ะค่ะ แม่นก
nattynopphi.diaryclub.com   
Wed 2 Apr 2008 9:06 [3]

หายไวๆ นะคะแม่นก ว่าแต่หยุดยาที่ระยอง แล้วใช้ยาที่ใหม่ ดีขึ้นมั่งไหมคะ

inkko.diaryclub.com   
Wed 2 Apr 2008 8:55 [2]

น่ารักจังเลยเด็กน้อย.. ผมจำได้ว่า ผมก็เคยเด็กแบบนี้นะ คิคิ

สวัสดีครับ .. เพื่อนไดอารี่
วันนี้มีข่าวบอกบุญมาฝากด้วยล่ะ..เย้ๆ

เข้ามาดูข้อมูลที่ ไดอารี่เราได้นะคัรบ..
tanapat   
Wed 2 Apr 2008 8:55 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง